แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Linux แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Linux แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2558

How to setup Visual Foxpro Application with Thai Language In Ubuntu (Just Memo)

เนื่องจากมีเหตุที่ทำให้ต้องสำรองระบบของที่ร้านยา ซึ่งเป็น โปรแกรมที่เขียนด้วย Visual Foxpro 6 บน Window XP ไว้อีกที่นึง ซึ่งเป็น Ubuntu เลยต้องหาวิธีให้ใช้ภาษาไทยได้ด้วย (ฟอกซ์โปร ยังใช้ระบบภาษาไทยแบบเก่า) ก็สรุปสั้นๆว่า...

1.VFP 6 ต้อง Run ผ่าน Wine ใน Lubuntu 14.04 มีอยู่แล้ว แต่ต้องจัดการให้ระบบ มี Locale ภาษาไทย ซึ่งที่มีมาเป็น Unicode คือ th_TH.utf8 ก็จะยังมีปัญหาอ่านไม่ออก ต้องเพิ่ม th_TH.tis620 โดย
- ตั้ง Locale ไทยก่อน(ถ้ายังไม่มี) ลองตรวจสอบดูว่ามีรึยัง โดยพิมพ์ที่ Xterm  หรือ Terminal

     $locale -a

ถ้ามี ก็จะเจอ th_TH , th_TH.tis620 , th_TH.utf8
ถ้าไม่เจอเลย ก็เพิ่มไปโดย พิมพ์คำสั่ง

     $sudo locale-gen th_TH

รอสักพัก ก็จะได้ข้อความว่า th_TH และ th_TH.tis620 ได้ถูกเพิ่มเข้ามาแล้ว อันนี้ล่ะ ที่เราต้องการ...

     $sudo dpkg-reconfigure locales

เป็นอันเสร็จพิธี

2. ต้องนำ Font ที่ใช้เขียนไว้ในฟอร์มต่างๆ ของ FoxPro บน XP Copyมาใส่ไว้ใน Folder Font ของWine
ของผมอยู่ใน ~/.wine/drive_c/windows/Fonts

3. เขียน Bash script เพื่อ Run Application ผ่าน Locale th_TH ดั้งนี้ ในxterm ใช้ vi สร้าง Bash script

     $vi rspg.sh
พิมพ์
#!/bin/bash
LANG=th_TH    **/ เปลี่ยนมาใช้ th_TH /**
cd [/path to your .exe file/]
wine your.exe

เสร็จแล้ว :wq เพื่อ save Bash script ของเรา แล้ว สั่งให้มัน Run ได้โดยพิมพ์ ใน xterm ดังนี้

     $chmod +x rspg.sh

เสร็จแล้ว ลอง Runดู พิมพ์

     $./rspg.sh

WAMP!!! พิมพ์ไทยได้แล้ว อ่านไทยก็ได้แล้ว...

ขอขอบคุณ Link นี้

[SOLVED] ต้องทำอย่างไรให้ ubuntu server รู้จักภาษาไทย




วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2554

How to Make your own VCD in Ubuntu Linux

     วันก่อนได้เข้าไป Download พวก How to ต่างๆ ใน Youtube แล้ว ก็เลยคิดอยากทำเป็น VCD ไว้ดูเองเวลาว่างๆ ก็เลยต้องค้นหาวิธีการทำ VCD เองบนUbuntu googling ดูสักพัก ก็ได้ความ ก็มีผู้รู้ได้ postวิธีการเอาไว้แล้ว ที่นี่
     ก็เลยนำมาแชร์ไว้ที่นี่ และ เอาไว้กันลืมครับ เพราะ ง่าย ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องไปหาโปรแกรมGUI มาเรียนรู้อีก ^^
สำหรับ วิธีการ ก็ต้องเริ่มจาก install โปรแกรมที่ต้องใช้กันก่อนคือ ffmpeg, vcdimager และ cdrdao

     Install ffmpeg:
$sudo apt-get install ffmpeg
ffmpeg เป็น โปรแกรมสารพัดประโยชน์ เพื่อใช้แปลงไฟล์ video ต่างๆ เช่น .avi เป็น .mpg เป็นต้น

     Install vcdimager:
$sudo apt-get install vcdimager
vcdimager เป็น โปรแกรมสำหรับสร้าง image ของ VCD

     Install cdrdao:
$sudo apt-get install cdrdao
 cdrdao เป็นโปรแกรมสำหรับ เขียนแผ่น cd แบบ disc at once สำหรับเขียนcd

     เมื่อ install ครบทั้ง 3 ตัวแล้ว คราวนี้ก็ได้เวลามาทดลองกัน...
ขั้นแรก ผมลองแปลงไฟล์video ที่ Download มาจาก Youtube (.flv) ให้เป็น .mpg โดย ffmpeg ดังนี้
$ffmpeg -i input.flv -target pal-vcd output.mpg
รอสักพัก ก็ได้ไฟล์ output.mpg ออกมา เพื่อนำไปเขียน VCD ต่อไป...
     จากนั้น ก็สร้าง VCD Image โดยการใช้ vcdimager โดยสั่งดังนี้
$vcdimager output1.mpg output2.mpg
รอสักพัก ก็จะได้ไฟล์ videocd.bin และ videocd.cue ออกมา ให้เราสั่ง write ต่อไป โดย cdrdao ดังนี้
$cdrdao write --driver generic-mmc --speed 4 --device /dev/sr0 --eject videocd.cue
 ก่อนสั่งคำสั่งนี้ ต้องทราบ device ที่จะเขียน VCD ก่อน โดยการสั่ง
$cdrdao scanbus

     เมื่อ write VCD เสร็จ ก็จะได้ แผ่น VCD ของท่านเองสมใจเล้วอ่ะครับ ^_^      

วันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2554

How to Config Sylpheed working with "Send Link" on Firefox (Lubuntu)

     เนื่องจาก ผมชอบใช้ Firefox แทน Chromium ที่เป็น default web browser ของ Lubuntu ซึ่งมีปัญหากับสระลอยไม่ตรงตำแหน่งของภาษาไทย
     ดังนั้นเมื่อลอง ส่ง link ไปทางemail(Sylpheed) ก็ปรากฏว่า Sylpheed ไม่ทำงาน ก็เลยเข้าไปดูใน Application menu ของ firefox ก็พบว่า ในContent Type : mailto ได้กำหนด Action เป็น Use evolution (default) ดังนั้น เลยต้องหาทางให้เรียกใช้ Sylpheed มาใช้แทน

Content type : mailto > Use evolution(default) ซึ่งเป็นค่าเดิม

     คราวนี้ ถ้าเข้าไปแก้ให้เป็น /usr/bin/sylpheed โดยตรง ก็จะเรียก sylpheed ขึ้นมาเฉยๆ จะไม่เรียกหน้า composition พร้อมเพิ่ม link ของหน้านั้นมาเป็นข้อความให้เราแบบอัตโนมัติ งั้นก็ต้องอัตโนมือกันอีกสักหน่อย
     วิธีแก้ ผมsearchหาในgoogle ก็พบผู้รู้postเอาไว้ว่า ให้เขียนshell script สั้นๆขึ้นมา แล้ว ให้ชี้ mailto ไปที่ shell script นั้น ดังนั้นลองเขียน scriptสั้นๆ ดังนี้

#Script Name: sylpheed_sendto.sh
#!/bin/bash
sylpheed --compose "$1"

     จากนั้นก็ Save ลงในเป็นไฟล์ชื่อ 'sylpheed_sendto.sh' หรือแล้วแต่ถนัดครับ แล้ว chmod ให้ execute ได้โดย สั่ง
$chmod +x sylpheed_sendto.sh
     สมมุติผมสร้างไฟล์นี้ไว้ใน ~/bin เมื่อเสร็จแล้วก็ ไปแก้ไขใน menu Edit > Preferences > Applications Tab > mailto โดยแก้ Action ให้ไปชี้ที่ ~/bin/sylpheed_sentto.sh โดยclick เลือก Use other... แล้วค้นหา ไฟล์ 'sylpheed_sendto.sh' เสร็จแล้ว close tab Application ไป ก็เป็นอันเสร็จพิธี
     มาลองกันดู เมื่อ ต้องการส่ง Link หน้าไหนไป ก็ right click หน้านั้น แล้วเลือก Send Link... ก็จะเจอกับ หน้า Compose.. ของSylpheed แล้วละครับ...

หน้าต่าง compose.. ของSylpheed เมื่อเลือก Send Link...

     คงได้ประโยชน์กันบ้างนะครับ ไปละครับ ^_^

วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2554

How to Config Sylpheed(and Claws-mail) with Hotmail,Gmail,YahooMail

     หลังจาก Install Lubuntu ลงแทนที่ Ubuntu(ไม่ไหวแล้ว อืดเหลือเกินแล้ว) ไปเรียบร้อยเมื่อวันก่อน ก็ต้องมีการ Config โน่นนี่กันนิดหน่อย คราวนี้เป็นทีของ การปรับแต่งโปรแกรมสำหรับEmail (Email Client) สำหรับ Lubuntu 10.10 ก็จะเป็น Sylpheed นั่นเอง ตัวนี้น่าจะมีการ config ค่า เหมือนๆกับ Claws-mail ที่ผมใช้อยู่บน FreeBSD ก็เลยได้โอกาศ บันทึกไว้แบ่งปัน และกันลืมเสียเลย...^^

นี่ล่ะครับ หน้าตาเรียบง่ายแบบพอเพียงของ Sylpheed

     ผมใช้Free Email อยู่ 3 ตัว คือ Hotmail , Yahoo Mail และ Gmail อันหลังใช้เป็นหลักไปแล้ว^^ ก็เลยต้องหาทางConfig Sylpheed ให้ใช้งานทั้ง 3 accounts นี้ให้ได้ทั้งรับ-ส่ง email ก็จำเป็นต้องทดสอบกันอีกครั้ง เมื่อแน่ใจว่าใช้งานได้จริง ก็ขอนำมาแชร์ไว้ ณ.ที่นี้ละกันครับ

     ก็ขอยกตัวอย่าง Hotmail เป็นหลัก เพราะน่าจะใช้กันมาก ส่วนตัวผมชอบGmail อ่ะ มาเริ่มกันเลย...

คลิก Menu -> internet -> Sylpheed

     ก็เริ่มจาก click ที่ Main menu -> internet -> Sylpheed ก็จะพบกับ Sylpheed หน้าตาเหมือนรูปแรก เริ่ม setup account ใหม่โดย click ที่menu Configuration -> Edit accounts...

Edit account window กด Add...

      กดปุ่ม Add ที่หน้าต่าง Edit accounts ก็จะเจอกับ หน้าต่าง Preferences for new account ก็ให้กรอกข้อความในช่องตางๆ ตามรูป (ใช้ข้อมูลของท่านเองนะครับ...)


หน้าต่าง Preferences for new account (Basic)

     ในหน้าต่างนี้ tab Basic ก็กรอกข้อมูลหลักดังนี้

-Name of this account : Hotmail (หรือแล้วแต่ชอบ)
-Set as default : เลือกoption นี้ถ้าต้องการใช้เป็น email บัญชีหลักของเรา
-Protocol : POP3 (ในบทความนี้ผมเลือกใช้ pop3 protocol)
-Server for receiving :
    Hotmail : pop3.live.com
    Gmail : pop.gmail.com
    YahooMail : pop.mail.yahoo.com
-SMTP server (send) :
    Hotmail : smtp.live.com
    Gmail : smtp.gmail.com
    YahooMail : smtp.mail.yahoo.com
-User ID :
    Hotmail :your_email@hotmail.com
    Gmail : email without@gmail.com
    YahooMail : yourYahooMail(fullname)
-Password : your email password

      เสร็จแล้ว กดปุ่ม OK ก็จะกลับมาหน้า Edit accounts อีกครั้ง คราวนี้ กดปุ่ม Edit ไปหน้า Account Preferences เพื่อแก้ไขต่อ คราวนี้เลือก tab Send

Tab Send ใน Account preference

     ในกรอบ Authentication เลือก SMTP Authentication (SMTP AUTH) และ เลือก
-Authentication method :
    Hotmail :PLAIN
    Gmail , YahooMail : Autometic

ส่วน User ID กับ Password ปล่อยว่างไว้ก็ได้ เสร็จแล้ว กดApply แล้วไปclick ที่ tab SSL

Tab SSL ใน Account preferences

     ในTab SSL ให้เลือกดังนี้
-POP3 : Use SSL for POP3 connection (Hotmail, Gmail, Yahoomail)
-Send(SMTP) :
    Hotmail : Use STARTTLS command to start SSL session
    Gmail, YahooMail : Use SSL for SMTP connection  


     เสร็จแล้ว กด Apply แล้ว ไปต่อยัง tab Advanced เพื่อ แก้ไขหัวข้อสุดท้าย

Tab Advanced ใน Account preferences

     กำหนด port ของ SMTP port และ POP3 port ให้ถูกต้องดังนี้
-Specify SMTP port :
    Hotmail :587
    Gmail , YahooMail : ไม่ต้องแก้ไข (default -> port 465)
-Specify POP3 port : 995 (Default ทั้ง Hotmail, Gmail, Yahoomail)

     เสร็จแล้ว กดปุ่ม Apply เพื่อจดจำค่าทั้งหมด แล้วกด OK เพื่อออกจาก หน้าต่าง Account Preferences เพื่อไปทดสอบการส่งmail กันครับ

ทดสอบการส่ง email ผ่าน hotmail

     ปรากฏว่า ส่ง และ รับ Email ได้ปกติ เหมือน Claws-mail ทุกอย่าง สำหรับผมชอบเลยครับ หน้าตาดูง่าย และเป็น Application ที่ตัวเล็ก กินหน่วยความจำน้อยมาก เหมาะมากๆสำหรับ Lubuntu ครับ ^_^

วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2554

How to Install Lubuntu On My Old Ubuntu Laptop

     เพิ่งได้ลง Lubuntu 10.10 ทับระบบ Ubuntu เดิม ใน laptop ตัวเดิม ซึ่งผมได้แยก /home directory ออกมาอีก partition ต่างหาก (/dev/sda6) ส่วนระบบของ Ubuntu ก็อยู่ใน / (/dev/sda7)
     ก็เลยมีปัญหาว่า จะใช้ /home เดิมหลังจากลง Lubuntu ใน /dev/sda7 ยังไง ก็ไม่เคยทำเหมือนกัน สุดท้ายลองๆลงดูประมาณ 2 รอบ ก็ได้คำตอบละครับ ก็ต้องมาบันทึกกันลืมซะหน่อย

     ขั้นแรก หลังจากไป Download lubuntu 10.10 มาแล้ว Burn CD แบบ ISO เพื่อ Boot จากแผ่น cd ขึ้นมา ก็เลือก เมนูที่2 (หรือ เมนูแรกก็ได้ ถ้าต้องการลองเล่นดูก่อน)


     ก็จะเจอกับหน้าเริ่มต้น ของ Installer


     เมื่อเลือกภาษาแล้ว(เลือก English) กด Forward ไปสู่หน้า Preparing to install lubuntu จะมีคำถามขึ้นมาว่าจะ unmount harddisk ก่อนหรือไม่ เลือก yes เพื่อ ให้สามารถจัดการdisk ได้เต็มที่


     เมื่อเลือก yes แล้ว กด forward เพื่อเลือกวิธีการ Install (Allocate Drive Space)


     ของผมเลือก Specify partitions manually (advance) เพราะต้องจัดการ mount /home เดิมด้วยตัวเอง เลือกแล้ว กด forward เพื่อไป Allocate drive space


     ให้ ระบุตำแหน่งที่จะลงระบบ ที่ partition เดิมของระบบ คือ /dev/sda7 โดยคลิกที่ /dev/sda7 แล้ว กดปุ่ม Change เพื่อ ระบุตำแหน่งการลงระบบใหม่ เป็น directory /


     ระบุ Use as: เป็น Ext4 , เลือก Format the partion , Mount point --> / เสร็จแล้วกด OK เพื่อกลับไประบุ /home อีกครั้ง


     ทำเหมือนเดิมอีกครั้ง โดยเลือก /dev/sda6 หรือ partition /home เดิมของท่านที่ได้แยกไว้เดิม(ของผมเป็น sda6) แล้วกด Change อีกครั้ง


     ขั้นนี้ ไม่ต้องเลือก Format the partition นะครับ เพราะเป็น /home เดิมของเรา ดังนั้น Mount point เลือกเป็น /home เสร็จแล้ว กด OK เพื่อกลับหน้า Allocat drive space แล้ว กด Install Now


     เมื่อเห็นหน้าข้างบนนี้ ก็แสดงว่า เข้าสู่การ install จริงๆ แล้วครับ จะเริ่มมีการ copy ระบบลงบน partition ที่เราระบุเป็น / พร้อมกับมีคำถามให้ระบุ time zone ก็คลิกบนแผนที่ประเทศไทย (Bangkok) แล้ว กด forward ไปสู่หน้าต่อไป ก็คือ
     การเลือก keyboard layout ก็ให้เลือก Thai แล้วก็ กด forward ไปหน้า Who are you?

     สำหรับขั้นตอนต่อๆไป ก็ให้กรอกข้อมูล ชื่อ login name และ อื่นๆอีก ก็ตอบตามที่ท่านวางแผนไว้ ระบบก็จะ install Lubuntu ไปจนกระทั่งเสร็จ ก็จะดีดแผ่น CD ออกมา เพื่อให้ กด Enter เพื่อเริ่มระบบLubuntuใหม่ ก็จะเข้าสู่หน้า login ให้ท่าน login โดย login name และ password ที่ท่านได้ระบุไว้แล้ว ก็จะได้พบกับ Lubuntu 10.10 แล้วครับ

     สามารถไปชม video การสาธิตวิธีการ install lubuntu 10.10 ได้ที่นี่ ครับ ^^


วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Dreambox DM 500-S กับ Ubuntu 10.04(ตอนที่ 3)

     ห่างไปหลายวันเลย สำหรับตอนที่ 3 คราวนี้ ก็เลยลองหาวิธีการ mount harddisk ใน ubuntu Laptop เพื่อนำไฟล์ mp3 หรือ ไฟล์video ไปเปิดบน dreambox นั่นเอง

     ก่อนอื่นต้อง share directory เป้าหมายในUbuntu Laptop ด้วย samba เสียก่อน และ เปลี่ยน file permission ให้เป็น 777 เพื่อให้อ่านเขียนไฟล์ได้อย่างไม่มีปัญหา
สำหรับ วิธีการ Share ด้วย Samba บน Ubuntu อ่านได้ ที่นี่ ครับ
     หลังจากจัดการ share directory ด้วย sambaได้เรียบร้อยแล้ว ก็มาลองทดสอบ การmount directory ใน harddisk บน ubuntu โดย dreambox กันครับ
     วิธีแรกนี้ ลองจัดการ mount harddisk ผ่าน Enigma Web Interface ของ dreambox โดยเข้าสู่หน้า web ของ dreambox บน Lan (อ่านบทความได้ที่นี่)
     หลังจากเข้าสู่หน้า web จัดการdreambox แล้ว ให้ เลือกปุ่ม Config --> ปุ่ม Mount Manager --> ปุ่ม Add

     จะพบกับ หน้า Change Mount Point
ให้กำหนด mount point และ parameter ต่างๆ ก็ให้เลือก FileSystem Type เป็น CIFS
Client Directory คือ /var/mnt/hdd ของ dreambox
Server Directory คือ Directory ที่ Share Samba ไว้แล้วบนUbuntu
ส่วนช่อง IP คือ ค่าIP ของเครื่องที่เราshare harddisk นั่นเอง
User Name ให้ใช้ samba user , Password ก็ใช้ password ของ samba user

เสร็จแล้ว ลอง กด ปุ่ม Save ดู

     ก็จะเห็น รายการ ให้ mount harddisk ได้ เพิ่มขึ้น ก็ให้ลอง กดปุ่ม mount ที่ column Action ได้เลย

     หาก mount harddisk สำเร็จ Column Stat จะเปลี่ยนจาก กากบาท เป็น เครื่องหมายถูก

     ต่อไป ให้เข้าไปตรวจสอบ และ ลองเล่นไฟล์ videoดู โดย เลือกปุ่ม ZAP --> ปุ่ม Root แล้วเลือก directory /hdd ก็เข้าไปสู่ directory และไฟล์ต่างๆ ที่มีอยู่ได้ การเล่น ก็แค่ Click เลือกชื่อไฟล์ที่ต้องการได้โดยตรง

      ได้ดูแล้ว...

     และอีกวิธีหนึ่งในการ mount directory ใน harddisk ก็คือ การ telnet เข้าไปตรงๆ แล้วสั่ง mount harddisk ผ่านคำสั่ง mount ของ linux ใน dreambox ซึ่งก็เป็น linux ได้เลยดังนี้
$telnet 192.168.1.4
root@dreambox:~>mount -t cifs -o user=user,password=pass //192.168.1.100/dreambox /hdd
โดย user คือ samba-user และ password คือ samba password ครับ
ส่วน mount point ของ Laptop คือ //192.168.1.100/dreambox
mount point ของ dreambox คือ /hdd (หรือ /var/mnt/hdd)
 
     ถ้า mount directory ใน harddisk สำเร็จ ก็จะกลับไปที่ prompt ให้ลองสั่ง ls ดูใน directory /hdd ว่ามี file อยู่แล้วหรือยังครับ แล้วก็ลอง ใช้ Remote Control สั่งเปิด File Mode โดย กด menu 1 ครั้ง แล้ว เลื่อนไปทางขวา จนพบ File mode

     จากนั้น กด Enter 1 ครั้ง ก็จะเจอกับ file manager แล้วเลื่อนหาไป เพื่อเข้าสู่ ไฟล์หนังของเรา

     แต่พบว่า Dreambox จะเล่นได้เฉพาะไฟล์ .mpg หรือ .mpeg อ่ะครับ เลยต้องแปลงfile ให้เป็น .mpg ก่อนครับ


     ก็ขอให้มีความสุขกับ ubuntu ของท่านกันต่อไป อิอิ..

ขอขอบคุณ บทความ นี้ ที่เอื้อเฟื้อความรู้ครับ...
http://www.107sats.com/index.php?topic=62.0

วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Dreambox DM 500-S กับ Ubuntu 10.04(ตอนที่ 2)

     คราวนี้ ก็จะลองใช้ Ubuntu ดูรายการดาวเทียม จาก dreambox ผ่านทาง Lan กัน พระเอกของเราก็คือ mplayer นั่นเอง เพราะลองใน vlc แล้ว มีerror ยังไม่สามารถดูได้ อาจเป็นเพราะยังไม่ทราบวิธีแก้ก็ได้ มาดูกันเลย
     วิธีการ ก็เริ่มจาก เปิด web browser ขึ้นมา แล้ว พิมพ์ ip ของ dreambox เช่น 192.168.1.3 เพื่อ จัดการผ่าน web
     ให้หา icon ปุ่มกด "VLC" แล้ว กด เพื่อ download ไฟล์ "video.m3u" มาเก็บไว้

     จากนั้น ให้เปิดไฟล์ video.m3u โดย gedit หรือ text editor ตัวที่ท่านชอบ ขึ้นมาจะเห็น url ที่จะใช้ดูรายการช่องนั้นๆที่เลือกไว้ คล้ายๆแบบนี้

     จากนั้น สั่ง Run mplayer ที่Terminal โดยสั่งดังนี้
$mplayer http://192.168.1.3:31339/0,00ce,006a,0196,01fa
 หรือ อีกวิธีคือกด "Alt+F2" ให้ copy ข้อความที่ได้ มาวางหลังคำสั่ง mplayer ดังรูป


     ก็จะได้ดู สมใจ... แต่อย่าลืมลง โปรแกรม mplayer ก่อนนะครับ ( sudo apt-get install mplayer )

     นอกจากนี้ เรายังสามารถประยุกต์ เพื่อ บันทึกรายการ เอาไว้ดูภายหลังได้ โดยใช้คำสั่ง wget ใน Terminal ได้ดังนี้
$wget "http://192.168.1.3:31339/0,00ce,006a,0196,01fa" -O test.ts

     ก็จะได้ไฟล์ output ในรูปแบบ TS และ มีvideo codec เป็น"MPEG2" และ audio codec  เป็น "MP3" และ สามารถเปิดได้จาก mplayer เช่นกัน
     และยังมีวิธีการประยุกต์ อีกมากมาย เช่น การแปลงรูปแบบไฟล์ การบันทึกvideo พร้อมกันดูไปด้วย โดยสามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ

      บทความอ้างอิง:
-http://www.howtoforge.com/record-dreambox-dm-500-s-on-linux-over-http-stream

วันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Dreambox DM 500-S กับ Ubuntu 10.04(ตอนที่ 1)

      Dreambox รุ่น DM 500-S ค้นดูในInternet ก็พบว่ายิ่งน่าสนใจ เพราะใช้ Linux เป็นระบบปฏิบัติการ ดูเหมือนจะเป็น busyboxครับ (ถ้าเข้าใจผิด ก็ขออภัยด้วยครับ..)
     เลยค้นข้อมูล(Google)ดู ก็พบวิธีการใช้งานผ่าน linux ที่น่าสนใจ เลยมาสรุปไว้กันลืมที่นี่นะครับ เผื่อมีใครค้นหาอยู่เหมือนกัน..

     เนื่องจาก การใช้งานDreambox ต้องเชื่อมต่อ Internet ผ่าน Lan เราจึงสามารถใช้ คอมพิวเตอร์ในวงLan เดียวกัน ติดต่อเข้าไปได้ทาง web interface ของ Dreambox ได้โดยพิมพ์ IP ของเครื่องเข้าไปตรงๆที่ ช่อง URL address ของ firefox รุ่นนี้ใช้ Enigma Interface
     ก็จะเจอกล่องข้อความให้ กรอกชื่อผู้ใช้ และ รหัสผ่าน

     ก็จะเข้าสู่ Enigma Interface คือ หน้าจอที่ใช้ควบคุมการทำงานของเครื่องDreambox ทางweb browser นั่นเอง

     ส่วนอีกช่องทางในการจัดการไฟล์ในdreambox ก็คือ การ Telnet เข้าไปตรงๆเลย

     สามารถใช้คำสั่ง linux จัดการไฟล์ได้ตามปกติ

     ตอนต่อไป จะเป็นการประยุกต์ ใช้ ubuntu ในการดู TV จาก Dreambox ผ่าน Lan ครับ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: Dreambox Howto(Doom9.net)

วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Using Samsung Star GT-S5233S as modem on Ubuntu 10.04

     วันนี้ลองหาวิธี ต่อInternet โดยใช้ Samsung Star (GT-S5233S) ที่คุณอินให้มาใช้ ไม่ค่อยพบวิธีเลยแฮะ ผมเลยลองต่อ usb cable ที่ติดมากับเครื่องกับ NoteBook M2000 ดู ปรากฏว่า ทำได้ง่ายกว่าที่คิด มาลองกันเลยครับ

     ขั้นแรก เพื่อให้เห็นชัดเจน ผมถอดสายLan ที่บ้านออกซะก่อนเลย จากนั้นก็ต่อสาย usb cable ที่มากับโทรศัพท์ เข้ากับ usb port ของNoteBook
     จากนั้น ที่หน้าจอ Star จะแสดงข้อความให้ เลือกโหมด USB ให้เลือก PC Studio ครับ
แล้วให้ลอง click ที่ NetworkManager Applet ที่มุมบนด้านขวาของMenu จะเห็น ข้อความให้เลือกที่menu ว่า "New Mobile Broadband (GSM) Connection..." คลิก เลือกอันนี้

     จะพบกับกล่องข้อความ "Set up a Mobile Broadband Connection" Click ปุ่ม "Forward"

     ต่อไป ให้เลือกประเทศ "Thailand" ใน Country List: แล้ว Click ปุ่ม "Forward"

     ในหน้า "Choose your Provider" ให้เลือก Provider คือ เครือข่ายที่ท่านใช้ ของผมใช้ DTAC

     ก็มาถึงหน้าก่อนสุดท้ายคือ "Choose your Billing Plan" ตรงนี้ผมเลือก Default แล้ว Click "Forward"

     สุดท้ายก็ให้ กดปุ่ม Apply หน้า "Confirm Mobile Broadband Settings" เพื่อยืนยันครับ

     จากนั้น ระบบก็จะเชื่อมต่อเข้ากับ internet ผ่าน modem บน Samsung Star ดังรูป

     เมื่อต้องการเลิกใช้ Internet ก็ให้ Click ที่ NetworkManager Applet เพื่อ Disconnect ดังรูป

     Ubuntu สุดยอดดดด...ม๊ะ...อิอิ

วันพุธที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Internet Sharing บน Ubuntu Server 10.04

     วันก่อนโน้น ได้ลง Ubuntu server 10.04 ในเครื่องเก่ามากๆ (RAM 128 M.,Harddisk 4.3 Gb.) เพื่อทบทวนที่เรียนจาก sipa phuket มา ก็อยากจะหาวิธีconfig ให้Server Share internet ได้ ก็เลยไปซื้อ Lan Card มาจาก Big C มาใส่เพิ่มเป็น 2 ใบ เพื่อทดสอบดู
     สำหรับ ระบบที่ทดสอบ คือ
- Ubuntu server(10.04,32bits) มี การ์ดlan ตัวที่ 1 (eth0) ติดต่อกับ internet ภายนอก โดยผ่าน router ที่ แจก ip อัตโนมัติ(dhcp)และ เป็น name serverด้วย ส่วน eth1 ผม fix IP ให้เป็น 192.168.2.1
- Client หรือ เครื่องลูกที่จะขอ share internet เป็น Ubuntu Desktop 10.04 และกำหนดค่า ip ผ่านทาง Network Manager Applet 0.8 (icon เชื่อมต่อ บน Main Menu Bar ด้านขวามือครับ)
 ดังรูปแบบข้างล่างนี้

    Internet <<==>> eth0 <> Ubuntu gateway <> eth1 <<==>> Client PC

     โดยเชื่อมต่อกันระหว่างClient กับ Server ด้วยสายLan แบบ Cross 
     มาลุยกันเลยครับ...

ปรับแต่ง Ubuntu Gateway
- ขั้นแรก กำหนด ip ให้ การ์ดLan ใบที่2 (eth1) เป็นคนละวง กับ router ก่อน เช่น 192.168.2.1 โดย แก้ไขไฟล์ /etc/network/interfaces พิมพ์เพิ่มท้ายไฟล์ดังนี้
auto eth1
address 192.168.2.1
netmask 255.255.255.0
     เสร็จแล้ว save file แล้วสั่ง restart network ดังนี้
$sudo /etc/init.d/networking restart
- ขั้นที่ 2 Configure NAT ปรับแต่ง iptables เพื่อให้ packages สามารถ ผ่าน ไปยังclient ได้ถูกต้องดังนี้
$sudo iptables -A FORWARD -i eth0 -o eth1 -s 192.168.2.0/24 -m conntrack --ctstate NEW -j ACCEPT
$sudo iptables -A FORWARD -m conntrack --ctstate ESTABLISHED,RELATED -j ACCEPT
$sudo iptables -A POSTROUTING -t nat -j MASQUERADE
เสร็จแล้ว ให้ rule ใหม่นี้มีผลทุกครั้งที่ reboot เครื่อง ให้สั่งดังนี้

     - save iptables rules
$sudo iptables-save | sudo tee /etc/iptables.sav
     - แก้ไขไฟล์ /etc/rc.local และ เพิ่มข้อความนี้ ให้อยู่ก่อนบรรทัด "exit 0"
iptables-restore < /etc/iptables.sav
- ขั้นที่ 3 Enable Routing
     config gateway ให้สื่อสารกันได้ โดย enable IP Forwarding ดังนี้

$sudo sh -c "echo 1 > /proc/sys/net/ipv4/ip_forward"
สุดท้าย เพิ่มข้อความเหล่านี้ไปในไฟล์ /etc/sysctl.conf
net.ipv4.conf.default.forwarding=1
net.ipv4.conf.all.forwarding=1
 เป็นอันเสร็จพิธี สำหรับ ฝั่ง Gateway

ปรับแต่ง Client (Ubuntu)
     ทีนี้ก็เป็นขั้นตอนการ setup เครื่อง notebook ของผม ให้ติดต่อกับ Server โดยสามารถใช้ internet ที่ share มาจาก Server ได้ ดังรูป

     -ให้ Right Click ที่ NetworkManager Applet(มุมบนขวา ติดกับ volume icon)
     -เลือก Edit Connections...รอซักครู่ จะพบหน้าต่าง Network Connections
     -กดปุ่ม Add ใน Tab Wired บนหน้าต่าง Network Connections เพื่อสร้าง Wired Connections ใหม่ขึ้นมา กำหนดชื่อใหม่ ในช่อง Connection Name
     -เลือกTab IPv4 Settings แล้วกดปุ่ม Add จากนั้นกำหนดค่า ดังรูปข้างบน โดยให้
- เลือก Manual ในหัวข้อ Method
- Address ให้กำหนด IP ให้อยู่ในวงเดียวกันกับ eth1 ของ Gateway Server คือ 192.168.2.x
- Netmask คือ 255.255.255.0
- Gateway คือ eth1 ของ Gateway Server อันนี้คือ 192.168.2.1
- DNS Servers คือ ค่า IP ของ Router ก็คือ 192.168.1.1 นั่นเอง
แล้วกด Apply แล้ว ปิดหน้าต่างออกมา

     - เสร็จแล้ว ให้ Right Click ที่ NetworkManager Applet เพื่อสั่ง restart network โดยเลือก Enable Networking ซ้ำ 2 ครั้ง ก็ทดสอบ โดยการ เปิด mozilla Firefox ได้เลยครับ
     สำหรับบทความนี้ ช่วงต้นก็เขียนผ่าน ระบบ ที่เขียนมานี้ครับ

     สามารถศึกษา เพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ทดลองติดตั้ง Joomla 1.5.x บน Ubuntu 10.04(ตอนจบ)

ขั้นตอนสุดท้ายของการติดตั้งjoomla ก็คือการติดตั้งผ่าน web browser ซึ่งใน Ubuntu ผมก็ต้องใช้ Firefox พระเอกของเรานี่ล่ะ ติดตั้งกันเลยครับ
     ขั้นแรก เปิด firefox ขึ้นมา พิมพ์ชื่อ directory ของเรา ที่ URL address ดังนี้
http://localhost/carambola
ก็จะพบกับ หน้าที่ใช้ในการติดตั้งจูมลา ดังนี้


ให้เลือกภาษาไทย ก็ได้ครับ เพื่อให้อ่านเป็นภาษาไทยได้ เสร็จแล้วคลิ๊ก Next ที่มุมบนซ้าย สู่หน้าถัดไป
คือ หน้าตรวจสอบก่อนการติดตั้ง

     ตรวจสอบดูว่า ทุกอย่าง สนับสนุน(ตัวหนังสือสีเขียว) ทั้งหมดหรือไม่ ถ้าใช่ กด ถัดไป ก็จะเข้าสู่หน้าของ ลิขสิทธิ์

     ในขั้นนี้ ให้กด ถัดไปได้เลย เพื่อเข้าสู่หน้าถัดไป คือ รายละเอียดเกี่ยวกับฐานข้อมูล

     ให้กรอก รายละเอียดดังนี้
- ชนิดฐานข้อมูล : mysql
- ชื่อโฮสต์ : localhost
- ชื่อผู้ใช้ฐานข้อมูล : charan (ตรงนี้ใช้ชื่อเจ้าของฐานข้อมูลที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้)
- รหัสผ่าน : 123456 (ตรงนี้ ใช้รหัสผ่านตามที่กำหนดให้เจ้าของฐานข้อมูล)
- ชื่อฐานข้อมูล : carambola (ใช้ชื่อฐานข้อมูลที่เราสร้างเตรียมไว้ใน mysql)
     เสร็จแล้ว คลิ๊ก ถัดไป   ก็จะเข้าสู่หน้า การตั้งค่าระบบ FTP ต่อไป...

    ในขั้นนี้ไม่ต้องทำอะไร ให้คลิ๊ก ถัดไป ได้เลย ก็จะเข้าสู่ขั้นตอน การตั้งค่าระบบหลัก
  
     การตั้งค่าระบบหลัก ให้พิมพ์ข้อความดังนี้
- ชื่อเว็บไซด์ : ชื่อที่ต้องการให้ปรากฏในหน้าแรก บนหัวbrowser เช่น Carambola
- อีเมลของท่าน : อีเมลที่จะสื่อสารกับเจ้าของwebsite นี้
- รหัสผ่านของผู้ดูแล : คือ รหัสผ่านของ admin ของwebsite นี้ ห้ามลืมเด็ดขาด!!!
- ยืนยันรหัสผ่านของผู้ดูแล : ให้พิมพ์รหัสผ่านซ้ำอีกครั้ง
     เสร็จแล้ว กดปุ่ม ถัดไป
จะมีข้อความเตือน ว่ายังไม่ได้ติดตั้งข้อมูลตัวอย่าง

     ให้ตอบ OK ผ่านไปได้เลย ก็จะเข้าสู่ขั้นตอน การติดตั้งเสร็จสิ้น ดีใจด้วยครับ!
 
     เมื่อถึงขั้นตอนนี้ ก็เสร็จสิ้นกระบวนการ ติดตั้งแล้ว แต่ยังไม่สามารถใช้งานได้ และ ระบบจะแจ้งให้เราไปลบ โฟลเดอร์ INSTALLATION หรือ เปลี่ยนชื่อ ไปเป็นชื่ออื่น ก็ได้ แต่คราวนี้เราลบออกไป ดังนี้
     เปิด terminal ขึ้นมา แล้วสั่ง
$sudo rm -rf /var/www/carambola/installation
จากนั้น กดปุ่ม ดูหน้าเว็บไซต์ ก็จะเจอกับ หน้าหลัก ของ website ของเราแล้วครับ
 
     และ สามารถเข้าไปจัดการ กับ back end ของ website ของเราได้โดย พิมพ์ url ดังนี้
http://localhost/carambola/administrator   
 ก็จะสามารถ login โดยใช้ ชื่อ admin กับ รห้สผ่านที่กำหนดไว้แล้ว เข้าไปจัดการ กับ website ได้แล้ว


     ก็จบแล้วล่ะครับ กับกระบวนการ ติดตั้งJoomla CMS ใน ubuntu ขอให้สนุกกับ joomla นะครับ

     ขอขอบคุณ ข้อมูล ติดตั้ง joomla 1.5.x บน ubuntu จาก psu lug มอ. หาดใหญ่ ด้วยครับ

     อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
-ทดลองติดตั้ง Joomla 1.5.x บน Ubuntu 10.04(ตอน 1)
-ทดลองติดตั้ง Joomla 1.5.x บน Ubuntu 10.04(ตอน 2)